ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • นายช่าง อบต กำหนดให้ใช้วิศวกรระดับเกินกว่าที่สภาวิศวกรกำหนด
  •  
  • การยกเลิกกำนันผู้ใหญ่บ้าน
  •  
  • ค่าส่วนกลาง
  •  
  • ผู้ขออนุญาตปลูกสร้างเป็นเจ้าของอาคารแต่ผู้เดียวจริงหรือไม่
  •  
  • ขอให้ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภครับคำขออนุญาตฎีกาอีกครั้งได้หรือไม่
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
     
         ถาม-ตอบ กับมีชัย จะเป็นกุญแจ ไขข้อข้องใจของทุกๆท่าน ในเรื่องกฎหมายและการเมือง โดยท่านอาจารย์มีชัย ฤชุพันธุ์ จะขจัดความสงสัยที่เกิดขึ้นของคุณให้หมดไป เมื่อคุณส่งคำถามเข้ามาที่นี่ ส่งคำถาม
    คำสำคัญ
    ค้นหาใน
     
    เลือกประเภทคำถาม-ตอบ > การเมือง | กฏหมาย | เศรษฐกิจ | ทั่วไป | มรดก | แรงงาน | ท้องถิ่น | มหาวิทยาลัย | ราชการ | ครอบครัว | ล้มละลาย | ที่ดิน | ค้ำประกัน | 22128 ค้ำ | archanwell.org | ล้างมลทิน | 24687 | hhhhhhhhhhh | คำถามทั้งหมด ... อ่านสักนิดก่อนตั้งคำถาม

    ปิดหน้าต่างนี้
    คำถามที่ หัวข้อคำถามโดยวันที่
    051221 คิดนอกกรอบเพื่อการเมืองใหม่tapranksan.klunkpudsa18 ตุลาคม 2558

    คำถาม
    คิดนอกกรอบเพื่อการเมืองใหม่
    มีการเสนอให้คิดนอกกรอบ เพื่อช่วยกันหาทางออกทางการเมือง ผมพยายามคิดดู ก็ได้ความคิดมา แต่ไม่ทราบว่าจะขัดต่อหลักการทางรัฐศาสตร์หรือไม่ เหมาะสมกับการเมืองไทยในปัจจุบันหรือเปล่า สากลจะยอมรับรูปแบบอย่างนี้ไหม 

    ผมมีไอเดียว่า กำหนดให้เลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรด้วยระบบการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เขตเดียวเบอร์เดียว หนึ่งคนหนึ่งเสียง สภาผู้แทนราษฎรมีอำนาจออกกฎหมายแบบสภาล่างทั่วไป 

    แต่ผมจะเสนอใหม่คือสภาผู้แทนไม่มีอำนาจเลือกฝ่ายบริหาร โดยให้วุฒิสภาเป็นสภาที่เลือกผู้นำฝ่ายบริหารผู้จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยกำหนดให้วุฒิสภามาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อหรือปาร์ตี้ลิส โดยใช้ประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง 

    โดยรูปแบบนี้ ข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกฝ่ายบริหารได้โดยตรง แบบที่ไม่ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท เพราะเป็นการเลือกพรรคการเมือง มิใช่เลือกบุคคลโดยตรง ได้นายกที่ต้องมีพรรคการเมืองให้รับผิดชอบ ประชาชนสามารถดูคนที่น่าจะเป็นทีมรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อ ทำในฝ่ายบริหารมีตัวแทนในสภาบนเพื่อช่วยกลั่นกรองกฎหมายจากสภาล่างที่จะออกมา 

    ทำให้แยกอำนาจบริหาร นิติบัญญัติ ออกจากกันอย่างเด็ดขาด  ยกเว้นทางพฤตินัย ที่ทั้งสภาบนและสภาล่างมาจาหพรรคการเมืองเดียวกันเท่านั้น. 

    ขอเสียคงเป็นการทำให้พรรคการเมือง รวบทั้งอำนาจ บริหาร นิติบัญญัติ ทั้งสภาบน สภาล่าง เบ็ดเสร็จเด็ดขาดในกรณีที่เกิดมีพรรคการเมืองพรรคเดียวได้เสียงข้างมากของทั้งสองสภา ในขณะที่ถ้าเกิดเสียงข้างมากของสภาบนสภาล่าง เป็นคนล่ะพรรคกัน ก็อาจขัดแย้งกัน แต่น่าจะแก้ได้ด้วยการให้ออกพระราชบัญญัติการเงิน เป็นอำนาจของวุฒิสภาไป อีกทั้งพระราชบัญญัติการเงินเป็นพระราชบัญญัติที่ต้องไม่ชักช้าอยู่แล้วเป็นสิทธิวุฒิสภาเพียงสภาเดียวไปเลย ให้นายกรัฐมนตรียุบสภาได้แต่สภาบน สภาล่างยุบไม่ได้ . และสภาผู้แทนถอดถอนนายกไม่ได้ เพื่อแยกอำนาจออกจากกันค่อนข้างเด็ดขาด

    ในส่วนกระบวนการตรวจสอบ ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาสูงสุดเป็นผู้สรรหาผู้มาทำหน้าที่องค์กรอิสระทั้งห้า โดยการฟ้องร้องคดีของเจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายการเมือง ขององค์กรอิสระทุกคดี ให้ฟ้องที่ศาลปกครองเท่านั้น เพื่อแยกองค์กรที่ทำหน้าที่เลือกผู้ทำหน้าไต่สวนฟ้องร้องคดี ออกจากองค์กรผู้ทำหน้าที่ตัดสินคดี (ให้ศาลฎีกาผู้ดำรงค์ตำแหน่งทางการเมืองขึ้นต่อศาลปกครอง). ส่วนศาลรัฐธรรมนูญให้มาจากการสรรหาของทั้งที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองและฎีกาสูงสุด ให้ศาลรัฐธรรมนูญปกป้องสิทธิเสรีภาพได้ดีแบบอเมริกา เพราะรูปแบบนี้คงมีแค่องค์กรศาลเพียงเท่านั้น ที่จะปกป้องประชาชนและประเทศชาติจากนายทุนพรรคการเมืองโจรปล้นชาติได้ จึงควรออกแบบให้ศาลต้องเข้มแข็งมาก 

    รูปแบบนี้ ผมว่ามีความเป็นประชาธิปไตยสูง แต่จะไม่มีสภาบนแบบเดิมที่กำหนดให้มีวุฒิสภาที่มีความเป็นกลางแต่ไม่เป็นกลางในความเป็นจริงเพราะส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งมักอิงแอบฝ่ายการเมืองจึงจำเป็นต้องมีส.ว.สรรหาที่โดนกล่าวหาว่าไม่เป็นประชาธิปไตยเพราะไม่ได้มาจากประชาชน อีกทั้งไม่มีตัวแทนโค้วต้าคนกลุ่มน้อยไม่มีโอกาส สาขาอาชีพ ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆมาช่วยกลั่นกรองกฎหมายแบบปี50

    เผื่อแนวคิดนี้จะเป็นประโยชน์บ้างจึงขอฝากไว้ครับ

    คำตอบ
    จะส่งไปให้ กรธ พิจารณานะครับ
    มีชัย ฤชุพันธุ์
    18 ตุลาคม 2558