ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • ลำดับศักดิ์ของกฏหมาย คำสั่ง คสช.เทียบเท่ากฏหมายใด
  •  
  • ลูกอายุ 17 ต้องการขายบ้านเพื่อเรียนต่อ
  •  
  • การยกเลิกข้อบัญญัติ อบต.เรื่องการขุดดินถมดิน
  •  
  • คำตัดสินแบบนี้หมายความว่าอย่างไรคะ คำตัดสินศาลฎีกาบอกว่าให้จำเลยดำเนินการใส่ชื่อโจทก์ลงในโฉนดที่ดิน ถ้าไม่ดำเนินการให้ถือคำตัดสินนี้แทนเจตนาจำเลย จำเลยมีเวลาทำตามคำตัดสินกี่วันคะ ผ่านมา 20 วันแล้ว เขายังไม่ทำ ถ้าเขาไม่ทำจะได้หาทนายไปดำเนินการเอง
  •  
  • ล้างมลทิน. ผมต้องโทษคดีอาญา แต่ไม่ได้ติดคุก รอลงอาญา 2 ปีแต่คดีสิ้นสุดไปนานแล้วอยากทราบว่าผมจะต้องทำไงถึงจะไม่มีคดีโชว์
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
    มุมของมีชัย
  • ความคิดเสรีของมีชัย
  • เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
  • เรื่องสั้น
  • จดหมายถึงนาย
  •  
     
    เรื่องสั้น

    เรื่องของคนสองคนตอนที่ 2 ความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่ง

    ความผิดพลาดอย่างหนึ่ง ที่มักจะเกิดขึ้นกับคนที่แต่งงานกันใหม่ๆ แม้ว่าจะรักกันอย่างไรก็ตาม คือ ความพยายามที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่ตนต้องการ ความพยายามเช่นนั้น จะก่อให้กิดผลดังต่อไปนี้

    การขัดขืนจากฝ่ายที่ถูกทำให้เปลี่ยนแปลง

    เพราะอุปนิสัยใจคอ หรือพฤติกรรมใดๆ ก็ตามที่มีอยู่ ย่อมเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจนเคยชิน หรือบางกรณีเกิดขึ้นมาแต่อ้อนแต่ออก การให้เปลี่ยนไปจากที่เคยเป็นอยู่ ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็จะก่อให้เกิดปฏิกิริยาตอบโต้ ไม่โดยทางเปิดเผย ก็อาจเป็นในทางความคิด แม้ว่าในระยะเริ่มต้น อาจจะมีการฝืนใจทำให้ได้บ้างเป็นครั้งคราว แต่ถ้าเป็นอุปนิสัยที่มีมาแต่กำเนิด หรือเคยชินมาเป็นเวลานาน ไม่ช้าไม่นานสิ่งเหล่านั้นก็จะกลับมาอีก และถ้าผู้ที่พยายามจะเปลี่ยนแปลงนั้น ไม่มีศิลปะในการโน้มน้าวใจ ย่อมจะเกิดการหมางใจขึ้นได้ในที่สุด หรือเกิดแรงต่อต้านจนกลายเป็นเรื่องเป็นราวได้

    การเปลี่ยนแปลงที่กลับกลายเป็นคนละคน

    ในบางกรณีความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงอีกฝ่ายหนึ่ง อาจจะสำเร็จได้โดยง่าย ถ้าฝ่ายที่จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นคนอ่อน แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงได้แล้ว ใช่ว่าฝ่ายที่ใช้ความพยายามจะพอใจก็หาไม่ เพราะสิ่งที่ตนนึกว่าชอบนั้น จริงๆ แล้ว อาจจะไม่ใช่เป็นสิ่งที่ตนต้องการในส่วนลึกของใจก็ได้ เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งเปลี่ยนแปลงตามที่ต้องการแล้ว นั้นก็จะกลับกลายเป็นอีกคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับคนที่ตนเคยรักมาก่อน


    การที่คนสองคนรักกันนั้น ย่อมมิใช่เป็นความรักในหน้าตาหรือรูปร่างแต่เพียงอย่างเดียว หากแต่องค์ประกอบในเรื่องอุปนิสัยใจคอ และพฤติกรรมต่างๆ ล้วนเป็นส่วนประกอบที่โน้มน้าวให้เกิดความรักขึ้น ถ้าขาดไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็อาจจะไม่ก่อให้เกิดความสนใจเสียตั้งแต่แรกก็ได้ เช่น ชายรักหญิง เพราะหญิงเป็นตัวของตัวเอง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง แต่เมื่อมาอยู่ด้วยกันก็จะพบว่า การเป็นตัวของตัวเองนั้น ย่อมจะทำให้ ขาดความ dependent ที่ทำให้ฝ่ายชายเกิดความภูมิในที่ได้เป็น “ผู้นำ” ถ้าหากฝ่ายชายจะพยายามเปลี่ยนแปลง เพื่อให้ฝ่ายหญิงมีลักษณะ “dependent” ขึ้น ความเป็นตัวของตัวเองก็จะขาดหายไป ซึ่งจะกลายเป็นคนอีกลักษณะหนึ่ง ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้นเสียตั้งแต่แรก ฝ่ายชายอาจจะไม่สนใจจนเกิดความรักขึ้นก็ได้ ผลที่เกิดขึ้นดังกล่าว ย่อมเป็นผลที่ไม่น่าประสงค์ ดังนั้น จึงไม่ควรคิดไปเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมใดๆ ของอีกฝ่ายหนึ่งเป็นอันขาด


    ถ้าหากเขามีอุปนิสัย ที่เป็นภัยต่อการอยู่ร่วมกัน หรือมีพฤติกรรมที่สร้างความรำคาญให้แก่ผู้ที่อยู่ด้วย ก็ต้องใช้วิธีบอกให้รับรู้ และฝ่ายที่มีพฤติกรรมเช่นนั้น ก็ต้องทำใจให้กว้าง และพร้อมที่จะปรับปรุงบ้างเท่าที่จะทำได้ โดยอีกฝ่ายหนึ่งก็ต้องยอมรับรู้ถึง defect นั้นว่าจะให้หมดไปทีเดียวโดยเร็วคงไม่ได้ เช่นฝ่ายชายเป็นคนมีนิสัยไม่เรียบร้อย ถอดเสื้อผ้าที่ไหนก็วางทิ้งที่นั่น อย่างนี้ฝ่ายชายก็จำต้องเปลี่ยนแปลง โดยนึกถึงว่า ภรรยาคือคู่ทุกข์คู่ยาก ไม่ใช่คนใช้ที่จะคอยปรนนิบัติ ฝ่ายภรรยาก็ต้องมีกุศโลบายในการพูด ให้เกิดความเข้าใจ และเห็นใจในกันและกัน