ความคิดเสรีของมีชัย
เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
เรื่องสั้น
จดหมายถึงนาย
 
  • การจัดการขยะและสิ่งแวดล้อม
  •  
  • สอบถามการแบ่งที่ดิน
  •  
  • เจ้าของที่ดินคนแรกมอบที่ดินบางส่วนให้เป็นสาธารณะ..แต่!!!!
  •  
  • ถือใบ สค.1 หรือ รอโฉนดที่ดินที่กำลังขอออกโฉนดดีครับ
  •  
  • ปรับเงินเดือนข้าราชการ
  • อ่านทั้งหมด
    มุมของมีชัย ถาม-ตอบ กับมีชัย
    มุมของมีชัย
  • ความคิดเสรีของมีชัย
  • เรียนรู้กฏหมายใกล้ตัว
  • เรื่องสั้น
  • จดหมายถึงนาย
  •  
     
    ความคิดเสรีของมีชัย

    จะแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งไปทำไม

    รัฐบาลและใครต่อใครในสังคมจำนวนไม่น้อย ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลยังไม่ อาจยุบสภาได้ เพราะจะต้องอยู่เพื่อดำเนินการแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งให้เรียบร้อยก่อน


    มีใครคิดคำตอบหรือยังว่าทำไมถึงจะต้องแก้ไข แล้วจะแก้ไขให้เป็นอย่างไร


    ในขณะนี้เรามีกฎหมายรัฐธรรมนูญ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญหลายฉบับ ซึ่งล้วนแต่ได้สร้างกลไกในการเลือกตั้งพร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขึ้นมาไว้อย่างพร้อมมูล ในขณะเดียวกัน กกต. ได้ออก กฎ ระเบียบ และมติอะไรต่อมิอะไรออกมาอีกมากมาย เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและยุติธรรม ได้คนดีมีความรู้ความสามารถเข้ามาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทย


    จากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ได้สร้างภาพอะไรให้เราได้เห็นกันบ้าง ถ้าจะยอมเสียเวลามาตรวจดูอาจจะช่วยทำให้เราได้คำตอบว่า จำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องแก้ไข กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้ง และจะต้องทำเป็นการรีบด่วนหรือค่อยทำค่อยไปก็ได้


    สิ่งต่อไปนี้คือภาพที่มองเห็นในขณะนี้


    ๑. งบประมาณที่ใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งมีเพียง ๒๐๐ คน ต้องใช้ถึง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าที่เคยใช้ในการเลือกตั้ง สส. สองถึงสามเท่าตัว ทั้ง ๆ ที่จำนวน สส.มีมากกว่า เมื่อถึงคราวเลือกตั้ง สส. ตามรัฐธรรมนูญใหม่ จึงเป็นของแน่ว่าน่าจะต้องใช้งบประมาณมากกว่านี้ อย่างน้อยก็อีกเกือบเท่าตัว หรือประมาณ ๓,๐๐๐ - ๔,๐๐๐ ล้านบาท


    ๒. การอำนวยความสะดวกต่อผู้จะมาใช้สิทธิเลือกตั้ง ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ มิได้เกิดความสะดวกต่อประชาชนอย่างแท้จริง เพราะทุกคนยังต้องเดินทางกลับภูมิลำเนาเพื่อไปใช้สิทธิในภูมิลำเนาเดิมของตน ทั้งยังเป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้ง่าย


    ๓. การให้สิทธิแก่คนไทยในต่างประเทศตามวิธีการที่เป็นอยู่ ต้องใช้เงินมากมายแต่ในที่สุดก็มีผู้มาใช้สิทธิ์ไม่ถึงร้อยละสิบ


    ๔. เจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญที่ต้องการปฏิรูปการเมือง โดยหวังจะให้การเมืองเกิด ความสุจริตและเที่ยงธรรม พอเอาเข้าจริงการซื้อเสียงและการใช้วิธีการต่าง ๆ เพื่อเอารัดเอา เปรียบกันก็ยังเกิดขึ้นเหมือนดอกเห็ด กกต.คงตามดูได้เพียงบางจุดและบางคนเท่านั้น ในการ เลือกตั้ง สส. ซึ่งแบ่งเขตเลือกตั้งออกเป็นเขตละคน การต่อสู้และใช้เล่ห์เหลี่ยมจะมากกว่านี้ เพราะต่างคนต่างแพ้ไม่ได้ จึงน่าเชื่อว่าต่างฝ่ายต่างคงใช้กลยุทธกันอย่างดุเดือด


    ๕. วิวัฒนาการในการซื้อเสียงได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่ง คือซื้อในการเลือกตั้งครั้งแรกแต่ให้ครอบคลุมไปถึงการเลือกตั้งครั้งที่สอง เพื่อว่าเมื่อ กกต.จับได้ในครั้งแรกและประกาศแขวนไว้แล้ว ในการเลือกตั้งครั้งที่สองผู้สมัครผู้นั้นจะไม่ต้องซื้อเสียงหรือแจกอะไรกันอีก แล้วจะเลย กลายเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งที่สุจริตและยุติธรรม


    ๖. เป็นที่ปรากฏชัดว่า กกต.ประจำจังหวัดไม่น้อยมีโยงใยกับพรรคการเมือง หรือไม่เป็นกลางอย่างแท้จริง ในการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาซึ่งไม่สังกัดพรรคการเมืองยังทำให้เปลี่ยน แปลงผลการเลือกตั้งไม่น้อย ต่อไปเมื่อเลือกตั้ง สส. ซึ่งมีพรรคการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง จะมีผล วุ่นวายขนาดไหน ยิ่งเลือกตั้งมากครั้งขึ้น ความไม่ไว้วางใจย่อมจะมีมากขึ้น แม้แต่ กกต.ใหญ่ เอง ถ้ามีอำนาจโดยเด็ดขาดโดยไม่มีใครคอยกำกับหรือตรวจสอบ ก็ใช่ว่าจะไม่ถูกนินทาในภาย หลังได้ อันเป็นเหตุให้ กกต.ไม่ค่อยกล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด


    ๗. การควบคุมการหาเสียงและการใช้จ่าย เราควบคุมแต่เฉพาะในส่วนที่เกิดขึ้นนับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งเป็นต้นไป ก่อนหน้านั้นใครจะทำอย่างไรก็ได้ไม่ถือว่า เป็นการซื้อเสียง ไม่ถือว่าเป็นความผิด และไม่นับรวมเป็นค่าใช้จ่าย การปูพรมจึงสามารถทำได้ กันตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปและใช้จ่ายกันได้โดยไม่จำกัด ใครมีเงินมากกว่าย่อมได้เปรียบ และในที่ สุดจะนำไปสู่การคอรัปชั่นเพื่อเอาทุนคืนกันอย่างมากมาย


    ๘. กกต.พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะสะกัดกั้นคนไม่สุจริตหรือได้รับเลือกมา โดยไม่เที่ยงธรรม ไม่ว่าจะโดยการซื้อเสียง แจกของ หรือด้วยวิธีอื่นใด เพื่อไม่ให้เข้าสภา แต่ใน ที่สุดคงทำได้เพียงระดับหนึ่ง แต่มาตรการที่ใช้คือการแขวน และสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ ซ้ำ แล้วซ้ำเล่า จนถึงบัดนี้เป็นเวลา ๓ เดือนกว่าแล้ว การเลือกตั้งยังไม่สามารถทำให้แล้วเสร็จได้ วุฒิสภาจึงยังไม่สามารถประชุมกันได้ ถ้าเป็นการเลือกตั้ง สส. ซึ่งจะมีถึง ๔๐๐ คน (เป็นสอง เท่าของ สว. ) บวกกับบัญชีรายชื่ออีก ๑๐๐ คน จะต้องดำเนินการเลือกตั้งกี่ครั้ง และใช้เวลา นานเท่าใด รัฐบาลที่รักษาการอยู่จะต้องอยู่ไปเพื่อทำหน้าที่อย่างไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยไปอีกกี่ เดือน ประเทศชาติจะรอได้หรือไม่


    ๙. เมื่อพบว่าผู้สมัครผู้ใดกระทำการไม่สุจริตหรือซื้อเสียง กกต.ได้แต่นั่งดูเฉย ๆ และปล่อยให้มีการเลือกตั้งต่อไปจนแล้วเสร็จ ถ้าหากคนนั้นได้รับเลือกจึงจะแขวนและสั่งให้มีการ เลือกตั้งใหม่ ในการเลือกตั้งใหม่คน ๆ นั้นจะยังมีสิทธิ์ได้รับเลือกอีกเพราะ กกต.ไม่มีอำนาจไป ตัดสิทธิเขาได้ กกต.จะสั่งให้เลือกตั้งใหม่อีกกี่ครั้ง คน ๆ นั้นจะมีสิทธิ์อยู่ร่ำไป และคงมีสักครั้ง หนึ่งที่ กกต.หาหลักฐานไม่ได้ คนนั้นก็จะเดินเข้าสู่สภากลายเป็น “ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ”


    ๑๐. ในการนำบัตรเลือกตั้งมานับคะแนนรวมกันทุกหน่วย กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ว่าจะเริ่มนับคะแนนได้ต่อเมื่อหีบบัตรจากทุกหน่วยเลือกตั้งมาถึง ณ ที่นับคะแนนครบถ้วนแล้ว ดังนั้น ถ้าหีบบัตรหายไปสัก ๑ หรือ ๒ หีบ หรือมาช้าไป ๓ - ๔ ชั่วโมง การนับคะแนนของเขต เลือกตั้งนั้นจะเริ่มต้นไม่ได้หรือไม่อาจนับได้เลยจนกว่าจะมีการเลือกตั้งสำหรับหน่วยเลือกตั้งนั้น ใหม่


    ๑๑. ด้วยสภาพการใช้เงินเพื่อให้เกิดความชอบธรรมในทางการเมืองเช่นที่เป็นอยู่ใน ปัจจุบัน เมื่อถึงคราวที่สมาชิกสภาผู้แทนมากันพร้อมแล้ว จะต้องดำเนินการเลือกนายกรัฐ มนตรีกันในสภาผู้แทนฯ การเงินจะเข้ามามีบทบาทสำคัญอีกครั้งหนึ่ง เพราะกฎหมายปัจจุบัน ให้สิทธิเสรีภาพต่อสมาชิกสภาที่จะลงคะแนนเลือกบุคคลให้เป็นนายกรัฐมนตรีได้โดยไม่ต้องอยู่ ภายใต้อาณัติของพรรคการเมืองที่ตนสังกัด


    มีปัญหาว่าจะเรายอมรับภาพเหล่านี้ได้มากน้อยเพียงไร ถ้ายอมรับว่าเป็นสิ่ง ธรรมดาที่พึงเกิด และถึงจะเกิดขึ้นก็ไม่เห็นจะเสียหายอย่างไร ความจำเป็นรีบด่วนที่จะ ต้องแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งก็หมดไป รอไว้มีสภาครบทั้งสองสภาแล้วค่อยมาคิดกันใหม่ ก็ได้


    แต่ถ้าภาพเหล่านั้น เราไม่สามารถยอมรับหรือปล่อยให้เกิดขึ้นได้อีก ก็จะต้องเร่ง คิดอ่านแก้ไขเสียให้แล้วเสร็จก่อนที่จะไปดำเนินการเลือกตั้งกันใหม่


    จะคิดอ่านกันอย่างไรก็ช่วยกันคิดเถอะครับ ก่อนที่จะพากันจนมุมจนดิ้นไม่ หลุด!!

    มีชัย ฤชุพันธุ์